ฮอนด้าเปิดตัวเทคโนโลยี Honda SENSING RIDE ครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA 2026
![]()

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัว Honda SENSING RIDE ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Safety and Rider-assistive System) รุ่นใหม่สำหรับรถจักรยานยนต์ ภายในงาน EICMA 2026 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–8 พฤศจิกายน พร้อมเผยโฉม Honda CRF1150L Africa Twin Adventure Sports รุ่นปี 2027 รถจักรยานยนต์รุ่นแรกที่จะมาพร้อมเทคโนโลยี Honda SENSING RIDE ตอกย้ำความมุ่งมั่นของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสะดวกสบายในการขับขี่ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างสังคมที่ปราศจากอุบัติเหตุจากการชนในอนาคต
นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้ายังมีแผนขยายการติดตั้งระบบ Honda SENSING RIDE ไปยังรถจักรยานยนต์รุ่นอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามุ่งมั่นสร้างสังคมที่ปราศจากอุบัติเหตุจากการชน (Collision-free Society) เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สโลแกนระดับโลก “Safety for Everyone ปลอดภัยสำหรับทุกคน” โดยตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ฮอนด้าทั่วโลกลง 50% ภายในปี 2030*1 และมุ่งสู่เป้าหมายการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการชนให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050
เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว รถจักรยานยนต์ฮอนด้าจึงพัฒนาระบบ Honda SENSING RIDE*2 เทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงสำหรับรถจักรยานยนต์ ผสานเข้ากับฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับลักษณะการขับขี่รถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ระบบ Honda SENSING RIDE มาพร้อมเทคโนโลยีเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-wave Radar Unit) ที่ติดตั้งบริเวณด้านหน้าและด้านท้ายรถ ช่วยตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างแม่นยำ พร้อมประมวลผลข้อมูลการขับขี่และตัวรถจักรยานยนต์ เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงและช่วยเหลือในการควบคุมรถตามสถานการณ์ต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นทั้งการป้องกันและหลีกเลี่ยงการชน ควบคู่กับการเพิ่มความสะดวกสบาย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถสนุกกับทุกการเดินทางได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือการทำงานร่วมกับ ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ (Dual-Clutch Transmission หรือ DCT)เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถจักรยานยนต์ โดยระบบจะควบคุมการทำงานของคลัตช์และเปลี่ยนเกียร์ให้อัตโนมัติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสะดวกสบาย ด้วยการทำงานของคลัตช์ 2 ชุด ทำให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องบีบคลัตช์ด้วยตนเองเหมือนรถจักรยานยนต์เกียร์ธรรมดา อีกทั้งยังช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลและส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเปิดตัวระบบ DCT สำหรับรถจักรยานยนต์เป็นครั้งแรกของโลกในปี 2010*3เทคโนโลยีดังกล่าวก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ขับขี่ ด้วยการทำงานที่ตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับความต้องการในการควบคุมรถ
เมื่อระบบ Honda SENSING RIDE ทำงานร่วมกับ DCT จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับฟังก์ชัน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวตามรถคันหน้า (Adaptive Cruise Control with Stop & Go หรือ ACC) ที่ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้อยู่ในระดับที่กำหนด พร้อมช่วยควบคุมรถตั้งแต่การชะลอความเร็วจนหยุดรถโดยอัตโนมัติ ไปจนถึงการออกตัวตามรถคันหน้าได้อย่างนุ่มนวล ด้วยจุดเด่นของระบบ DCT ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์และส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นตลอดการขับขี่
นอกจากนี้ Honda SENSING RIDE ยังมาพร้อมฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่น่าสนใจ อาทิ ระบบช่วยรักษาระยะห่างขณะขับขี่เป็นกลุ่ม (Group Ride Assist) ที่ช่วยรักษาระยะห่างระหว่างรถให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถขับขี่ร่วมกันเป็นกลุ่มได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระเบียบ รวมถึงรองรับการขับขี่แบบสลับฟันปลา (Staggered Formation)*4 และ ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Information) ที่ใช้เรดาร์ตรวจจับยานพาหนะบริเวณจุดอับสายตาด้านข้าง พร้อมแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยฟังก์ชันเหล่านี้สะท้อนถึงอีกก้าวของการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ที่มุ่งยกระดับทั้งความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และความสนุกในการขับขี่ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและอุ่นใจยิ่งขึ้น
รายชื่อฟังก์ชันของระบบ Honda SENSING RIDE
1. ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control หรือ ACC) ช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าให้อยู่ในระดับที่ผู้ขับขี่กำหนด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายระหว่างการเดินทาง

2. ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (ACC with Stop & Go Function)ต่อยอดการทำงานจากระบบ ACC โดยช่วยลดภาระในการควบคุมคันเร่งและการชะลอความเร็ว โดยเฉพาะในสภาพการจราจรติดขัดที่ต้องหยุดและเคลื่อนตัวสลับกันบ่อยครั้ง

3. ระบบช่วยรักษาระยะห่างขณะขับขี่เป็นกลุ่ม (Group Ride Assist) อีกหนึ่งฟังก์ชันที่พัฒนาต่อยอดจากระบบ ACC ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสมระหว่างการขับขี่เป็นกลุ่ม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจตลอดการเดินทาง

4. ระบบช่วยรักษาระยะห่าง (Distance Assist) ช่วยปรับระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม เมื่อรถจักรยานยนต์เคลื่อนเข้าใกล้รถคันหน้าขณะที่ผู้ขับขี่กำลังเปิดคันเร่ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการขับขี่ในระยะกระชั้นชิด

5. ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake Assist) ช่วยเพิ่มแรงเบรกเมื่อผู้ขับขี่ใช้เบรกในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการชนกับรถคันหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชะลอความเร็วและช่วยลดความรุนแรงจากการชนที่อาจเกิดขึ้น

6. ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning หรือ FCW) แจ้งเตือนผ่านหน้าจอเรือนไมล์เมื่อตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดการชนกับรถคันหน้า เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

7. ระบบส่งสัญญาณเตือนผ่านแรงเบรก (Brake Pulse) ทำงานร่วมกับระบบ FCW โดยส่งสัญญาณเตือนผ่านแรงเบรก เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงความเสี่ยงจากการชนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

8. ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Information) ช่วยแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในจุดอับสายตาบริเวณด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลังของรถจักรยานยนต์ โดยแสดงสัญญาณไฟสว่างหรือกะพริบบริเวณกระจกมองหลัง เพื่อให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงยานพาหนะที่อาจมองไม่เห็น

9. ระบบเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning) ช่วยแจ้งเตือนรถที่ขับตามหลังเมื่อมีความเสี่ยงที่จะเกิดการชนท้าย ด้วยการกะพริบไฟเลี้ยวเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่รถคันหลังรับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

10. ระบบแจ้งข้อมูลระยะห่างด้านหลัง (Rear Distance Information) แจ้งเตือนผ่านหน้าจอเรือนไมล์เมื่อมียานพาหนะเคลื่อนเข้ามาใกล้จากด้านหลัง เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงสถานการณ์รอบตัวรถและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

ชุดเรดาร์ความยาวคลื่นระดับมิลลิเมตร (Millimeter-wave Radar Unit)



- ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ฮอนด้าต่อยอดจำหน่าย 10,000 คัน ลง 50% ภายในปี ค.ศ. 2030 เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2020
- ระบบ Honda SENSING RIDE มีฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่ แต่แต่ละฟังก์ชันก็มีขีดจำกัดความสามารถในการทำงาน (เช่น ความสามารถในการตรวจจับและความสามารถในการควบคุม) ดังนั้นจึงอย่าประเมินขีดความสามารถของแต่ละฟังก์ชันสูงเกินไป และโปรดขับขี่อย่างปลอดภัยโดยให้ความสำคัญกับการสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวอยู่เสมอ ทั้งนี้ แต่ละระบบอาจไม่ทำงานหรืออาจไม่ทำงานตามที่ตั้งใจไว้ ขึ้นอยู่กับสภาพถนน สภาพอากาศ สภาพตัวรถ และปัจจัยอื่น ๆ
- ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2010 (จากการวิจัยภายในของฮอนด้า)
- รูปขบวนในการขับขี่ อยู่ในรูปแบบที่กลุ่มรถจักรยานยนต์หลายคันวิ่งเรียงกันในรูปแบบสลับฟันปลา โดยสลับตำแหน่งกันระหว่างฝั่งซ้ายและฝั่งขวา
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
- เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
- อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
- TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
- YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
